วิธีการปฏิบัติ

  1. ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประครองสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาและผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  2. ฝึกอบรมแกนนำชุมชนเพื่อร่วมศึกษากระบวนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประครองที่บ้าน
  3. ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านเวทีประชุมอาสาสมัคร สาธารณสุข เทศบาลใช้โอกาสที่อาสาสมัครสาธารณสุขออกตรวจเยี่ยมราษฎรในการประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการ สุขใจใกล้บ้านฯ และเป็นสื่อกลางในการรับบริจาค เงิน สิ่งของ อุปกรณ์สนับสนุนการทำพิธีกรรมทางศาสนาในหอผู้ป่วย ณ โรงพยาบาล
  4. สร้างแรงจูงใจแก่ชุมชนเพื่อระดมทุนเข้าโครงการฯ โดยทำพิธีมอบของสนับสนุนในเวทีประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขทุกเดือน ซึ่งเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีให้การช่วยเหลือ  และแบ่งปันแก่ผู้อื่น
  5. สร้างแกนนำจิตอาสาเพื่อฝึกเรื่องเรื่องการพัฒนาจิต โดยอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลแบบประคับประคองให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปดูแลผู้ป่วยในชุมชน โดยกลุ่มแกนนำจิตอาสาเหล่านี้ จะเป็นทั้งผู้ที่เข้าไปดูแลผู้ป่วย และผู้ค้นหาผู้ป่วยเพื่อเข้าศูนย์ Palliative Care
  6. แกนนำที่ผ่านการอบรมร่วมศึกษากระบวนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองที่บ้าน สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ เช่น ถังออกซิเจน เตียงนอนสำหรับผู้ป่วย ฯลฯ ทางโรงพยาบาลร่วมกับทางเทศบาล จะเป็นผู้จัดทำบัญชียืมอุปกรณ์ทางการเเพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้นำไปใช้ที่บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

         เทศบาลได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ประกอบกับโรงพยาบาลพิจิตรก็ได้มีแนวนโยบายที่ตรงกัน ในการส่งเสริมการดูแลผู้ป่วย จึงทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งในการการสมัครเข้ามาเป็นแกนนำจิตอาสา หรือการบริจาคสิ่งของต่างๆ แก่โครงการ เป็นต้น

 

 

ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินกิจกรรม

  • ส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  • ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี

ปีที่จัดกิจกรรม

2558

ข้อมูลกิจกรรม

ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด หรือผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งญาติผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความต้องการให้ผู้ป่วยพักในโรงพยาบาลนานที่สุด เพื่อให้แพทย์ดูแลได้อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยข้อจำกัดของโรงพยาบาล อาทิ จำนวนเตียง จำนวนบุคลากร ฯลฯ จึงจำเป็นที่แพทย์ต้องให้ผู้ป่วยเหล่านี้กลับบ้านให้ญาติดูแลต่อ ด้วยเหตุนี้ การดูแลแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการเยียวยาผู้ป่วยกลุ่มนี้ ดังนั้น เทศบาลเมืองพิจิตร ซึ่งนำโดยนายประกาศิต ยูวะเวศ นายกเทศมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ประกอบกับโรงพยาบาลพิจิตรก็ได้มีแนวนโยบายที่ตรงกัน ในการส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ดั้งนั้น กองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองพิจิตร จึงได้ริเริ่มโครงการ “สุขใจใกล้บ้าน....เลือกอยู่ เลือกตายอย่างเป็นสุข” ขึ้น ทั้งนี้ เทศบาลฯ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานชุมชนในเขตเทศบาล และเป็นแกนหลักในการหาแหล่งสนับสนุนทางสังคมในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการแต่กำเนิดผู้ป่วยโรคสมองผู้ป่วยเรื้อรังต่างๆ และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

รูปภาพกิจกรรม